วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ที่มาของไบโอดีเซล


ไบโอดีเซล (biodiesel) เป็นเชื้อเพลิงดีเซลที่ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน เช่น น้ำมันพืช ไขมันสัตว์ หรือสาหร่าย ไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงดีเซลทางเลือก นอกเหนือจากดีเซลที่ผลิตจากปิโตรเลียม โดยมีคุณสมบัติการเผาไหม้ เหมือนกับดีเซลจากปิโตรเลียมมาก และสามารถใช้แทนกันได้


ไบโอดีเซลไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเราเลยเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ.1893 น้ำมันไบโอดีเซลถูกนำมาทดลองใช้ในเครื่องยนต์เป็นผลสำเร็จครั้งแรกของโลก โดย "รูดอลฟ์ ดีเซล" (Rudolf C. Diesel : 1858 - 1913) วิศวกรชาวเยอรมัน ผู้ประดิษฐ์เครื่องยนต์ที่มีชื่อว่า " ดีเซล " เป็นผลสำเร็จในปี 1893 และจดสิทธิบัตรในปีถัดมา โดยการทดลองได้นำเครื่องยนต์ลูกสูบเดี่ยวที่ทำจากเหล็กยาว 3 เมตร ซึ่งมีล้อเฟืองติดอยู่ที่ฐานมาทดลองใช้กับน้ำมันไบโอดีเซลได้เป็นผลสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ในเมืองอักส์บวร์ก ประเทศเยอรมนี และเพื่อเป็นการระลึกถึงความสำเร็จในครั้งนั้น จึงทำให้วันนี้ถูกกำหนดให้เป็นวันไบโอดีเซลระหว่างประเทศ


หลังจากดีเซลได้ทดลองโชว์ในประเทศเยอรมันในปี ค.ศ. 1893 และได้นำไบโอดีเซลที่ทำมาจากน้ำมันถั่วมาทดลองกับเครื่องยนต์อีกครั้งในงานเวิล์ด แฟร์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1898 ทั้งนี้เขาเชื่อว่าไบโอดีเซลนี้จะเป็นน้ำมันที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์มากที่สุดในอนาคต ในปี 1912 รูดอล์ฟ ดีเซลเคยกล่าวสุนทรพจน์ไว้ว่า
“การใช้น้ำมันจากพืชผักสำหรับเครื่องยนต์ อาจจะดูไม่มีความสำคัญในวันนี้ แต่เมื่อน้ำมันชนิดนี้คิดค้นขึ้นมาแล้ว และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม น้ำมันตัวนี้แหละที่จะมีความสำคัญไม่แพ้น้ำมันที่มาจากถ่านหินที่เป็นที่นิยมอยู่ในเวลานี้”


เมื่อวิกฤตน้ำมันของโลกมีมากขึ้นเป็นลำดับ ราคาน้ำมันดิบสูงมากเป็นประวัติการณ์และไม่มีทีท่าว่าจะลดลง เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าน้ำมันกำลังจะหมดลงในอนาคตอันใกล้นี้ รวมถึงปัญหาทางภาคการเกษตรด้านผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ ปํญหาทางการเงินของประเทศที่ต้องการรักษาเงินตราต่างประเทศ และที่สำคัญคือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่มีเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบให้เกิดต่อภาวะโลกร้อน ปัญหาต่างๆเหล่านี้ทำให้มีการมองหาพลังงานทางเลือกซึ่งน้ำมันไบโอดีเซลเป็นน้ำมันทางเลือกใหม่ที่ผลิตจากพืช หรือไขมันสัตว์ โดยน้ำมันชนิดนี้เมื่อนำมาใช้กับเครื่องยนต์แล้วพบว่ามีคุณสมบัติในการเผาไหม้ได้ดีไม่ต่างจากน้ำมันจากปิโตรเลียม แต่มีข้อดีกว่าหลายอย่าง คือ มีการเผาไหม้ที่สะอาดกว่า ไอเสียมีคุณภาพที่ดีกว่า เพราะออกซิเจนในไบโอดีเซลทำให้มีการสันดาปที่สมบูรณ์กว่าน้ำมันดีเซลปกติ จึงมีปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนน้อยกว่า ดังแสดงในรูปที่ 2 และเนื่องจากไม่มีกำมะถันในไบโอดีเซล จึงไม่มีปัญหาสารซัลเฟต นอกจากนี้ยังมีเขม่าคาร์บอนน้อย ไม่ทำให้เกิดการอุดตันของระบบไอเสียง่าย ช่วยยืดอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แพทย์พบโรคกระเพาะอาหารต้นเหตุจากแบคทีเรีย


แพทย์ศิริราชเตือนปวดท้อง เป็นแผลในกระเพาะอาหารเรื้อรัง อย่าวางใจ พบคนไทยร้อยละ 60 มีเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ฯ แนะพบแพทย์ตรวจหาเชื้อด้วยวิธีเจาะเลือด เป่าลมหายใจและส่องกล้อง เตือนหลีกเลี่ยงกินเค็ม ของหมักดอง ปลาร้า ดร.วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานลั่นฆ้องและกล่าวเปิดประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยเรื่องเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในกระเพาะอาหาร ระดับภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 6 จากนั้นได้มอบของที่ระลึกให้ ศ.นพ.แบร์รี มาร์แชลล์ (Barry J. Marshall) จากมหาวิทยาลัยแห่งเวสเทิร์นออสเตรเลีย ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรศาสตร์หรือการแพทย์ ประจำปี 2005 วิทยากรกิตติมศักดิ์ในการประชุมครั้งนี้ โดย ศ.นพ.มาร์แชลล์ ค้นพบว่า แบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร (Helicobacter pylori: HP) อยู่ในกระเพาะอาหารทั้งที่มีสภาพเป็นกรด และเชื้อนี้เป็นสาเหตุของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือโรคกระเพาะ ถือเป็นการค้นพบความจริงที่พลิกวงการแพทย์แบบหน้ามือเป็นหลังมือ เนื่องจากเดิมมีความเชื่อว่า โรคกระเพาะอาหารเกิดจากกรดในกระเพาะหลั่งออกมามากเมื่อเกิดความเครียดศ.นพ.มาร์แชลล์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่จะพูดในการประชุมครั้งนี้ คือ วิทยาการใหม่ ๆ ในการรักษาโรคกระเพาะอาหารจากการติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ฯ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะตัวใหม่ ทั้งนี้การศึกษาพบว่า สายพันธุ์ที่พบในประเทศญี่ปุ่นถือว่ามีความรุนแรงที่สุดในโลก ทำให้คนญี่ปุ่นมีอัตราการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารสูง แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น คนญี่ปุ่นอายุยืน ชอบกินอาหารหมักดอง ขณะที่คนไทยก็ติดเชื้อแบคทีเรียนี้สูงแต่พบว่า มีอัตราเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารน้อยกว่า ตรงนี้น่าสนใจทำการศึกษา สำหรับการพัฒนาวัคซีนป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร ตนทราบว่ามี 4 บริษัทกำลังศึกษาอยู่ แต่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้าน่าจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น รศ.นพ.อุดม คชินทร หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า เชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ฯ เป็นเชื้อที่พบในเยื่อบุกระเพาะอาหาร คาดว่า ทั่วโลกมีคนติดเชื้อนี้กว่า 3,000 ล้านคนจากประชากรโลกกว่า 6,000 ล้านคน สำหรับในประเทศไทยในคนที่ปวดท้อง เป็นแผลในกระเพาะอาหารมีเชื้อแบคทีเรียนี้ถึงร้อยละ 60 ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ดังนั้น หากมีอาการปวดท้องเรื้อรัง น้ำหนักลด ซีด ถ่ายดำ คลื่นไส้อาเจียน เลือดออกทางทวารหนักควรรีบตรวจหาแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ฯ ซึ่งปัจจุบันตรวจได้ด้วยการเจาะเลือด การส่องกล้องในกระเพาะอาหาร การตรวจลมหายใจด้วยเครื่องมือพิเศษ ซึ่งการตรวจทางลมหายใจมีความสะดวกโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ในประเทศไทยตรวจได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายสูงครั้งละ 2,000 บาท“ควรเลี่ยงการกินอาหารหมักดอง อาหารเค็ม อาหารที่ผ่านการแปรรูปในไนเตรท ดินประสิว ยิ่งหากมียีนผิดปกติร่วมด้วยจะทำให้เป็นมะเร็งได้ง่าย เชื้อนี้มีมากที่สุดในโลก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นมะเร็ง มีคนส่วนน้อยที่เป็นมะเร็งต้องมี 3 องค์ประกอบ คือ ติดเชื้อสายพันธุ์ที่รุนแรง พฤติกรรมการกินอาหารเค็มของหมักดอง มียีนที่ไวต่อการเป็นมะเร็ง” รศ.นพ.อุดม กล่าว และว่าการรักษาที่ได้ผลคือ การให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหารและยาปฏิชีวนะอีก 2 ชนิด คือ Clarithromycin และ amoxicillin ควบคู่กัน เป็นเวลา 7 วัน สามารถกำจัดเชื้อได้ร้อยละ 85-90 อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุที่ปวดท้องรุนแรง เป็นเรื้อรัง ควรพบแพทย์ตรวจร่างกาย ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะเสี่ยงต่อเชื้อโรคดื้อยา มีผลต่อการรักษาโรคติดเชื้อในอวัยวะอื่น ๆ เช่น ปอด อีกทั้งมีความเสี่ยงต่อการแพ้ยาถึงขึ้นเสียชีวิต

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

5 พฤษภาคม "วันนักเขียน"

5 พฤษภาคม "วันนักเขียน"


วันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี นอกจากที่จะเป็นวันฉัตรมงคลแล้ว ยังเป็น "วันนักเขียน" อีกด้วย ซึ่งวันนี้ของทุกๆ ปี เหล่านักเขียนเขาจะมารวมตัวกัน เพื่อพบปะพูดคุยกัน
ส่วนเหตุผลที่เรียกวันนี้ว่า "วันนักเขียน" นั้นเป็นเพราะ ในปี พ.ศ. 2511 นายเลียว ศรีเสวก นักประพันธ๋เอกเจ้าของนามปากกา "อรวรรณ" ได้ล้มป่วยลง เหล่านักเขียนซึ่งนำโดยนายสุวัฒน์ วรดิลก จึงได้คิดที่จะจัดงานรวมน้ำใจเพื่อหาเงินช่วยเหลือ "อรวรรณ" ซึ่งงานที่จัดในครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม 2511
หลังจากงานวันนั้นผ่านพ้นไปเหล่านักเขียนทั้งหลายจึงเกิดความคิดที่อยากจะรวมตัวกันก่อตั้ง "ชมรมนักเขียน" ซึ่งในปัจจุบันก็คือ "สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย" และได้เลือกวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี เป็น "วันนักเขียน"
ซึ่งในวันดังกล่าวเหล่านักเขียนจะมารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมรวมกันไม่ว่าจะเป็นการทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่นักเขียนผู้ล่วงลับไปแล้ว และยังมีการอภิปรายในหัวข้อต่างๆ อีกด้วย โดยในปีนี้จะใช้ชื่องานว่า "ศักดิ์ศรีนักเขียน เทียนที่ไม่มีวันดับ"
"วันนักเขียน" นอกจากที่จะเป็นวันที่เหล่านักเขียนจะมารวมตัวกันเพื่อพบปะพูดคุยกันแล้ว ยังจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับถนนเส้นทางสายวรรณกรรมไทยสายนี้อีกด้วยว่าจะเดินต่อไปในทางเส้นไหน เพื่อที่พวกเขาจะได้เดินทางไปได้อย่างมั่นใจ

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เทศกาลวันเด็กผู้ชาย (子供の日)


เทศกาลวันเด็กผู้ชาย (子供の日)


ตามตำนานกล่าวกันว่าประเพณีนี้ทางญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลการเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญในวันท ี่5 เดี่่อน 5 มาจาก ประเทศจีนคะ หมู่บ้านในตระกูลนักรบทั้งหลาย เมือให้กำเนิดลูกผู้ชายจะนำธงสัญลักษณ์ประจำตระกูลหรือสิ่งที่มีสัญลักษณะเป็นรูปม้มาติดประดับไว้หน้าประตูทางเข้า จนแพร่หลายไปในหมู่บ้าน ประชาชนทั่วไป แต่ด้วยมีคำสั่งไม่อนุญาติให้ประชาชนทั่วไปติดตั้งตราหรือธงประจำตระกูลได้ จีงได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นธงปลาคาร์ฟ เพื่อความหมายที่เป็นสิริมงคลแก่ลูกผู้ชายและครอบครัว เพราะปลาคาร์ฟถือเป็นปลาแข็งแรง มีความเชื่อมาจากตำนานจีนว่า ปลาคาร์ฟนั้นสามารถว่ายทวนกระแสน้ำในแม่น้ำฮวงโหได้จนกลายเป็นมังกร !! จึงถือเป็นประเพณีของเด็กผู้ชาย มาตั่งแต่สมัยเอโดะ จนกระทั้่งปี 1948 ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้กำหนดให้วันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันเด็กผู้ชาย และธงปลาคาร์ฟจึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวันนี้ไปในที่สุดคะ


ความหมายของธงปลาคาร์ฟที่ติดในแต่ละบ้านนั้นเริ่มแรกเป็นการติิดตั้งประดับไว้เพื่อจะบอกว่ามีเด็กผู้ชายในบ้านนั้น อีกทั้งเป็นการเฉลิมฉลองและอวยพรให้เด็กชายเติบโตขึ้นอย่างมีสุขภาพแข็งแรงดุจดั่งปลาคาร์ฟ

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

ภัยใกล้ตัว เมื่อยามที่คุณเข้าโรงหนัง

เพื่อนๆ คนไหนที่ไปดูภาพยนตร์บ่อยๆ คงทราบกันดีนะคะว่า ก่อนเราจะเข้าไปดูภาพยนตร์ ส่วนใหญ่เราก็จะซื้อน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ขายอยู่บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ติดไม้ติดมือเข้าไปด้วย เพื่อที่เวลาเราดูภาพยนตร์แล้วเราเกิดคอแห้งหิวน้ำเราจะได้ไม่ต้องเดินออกมาซื้ออีก
และเมื่อเราเข้าไปนั่งในโรงภาพยนตร์แล้ว เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เราก็จะต้องนำแก้วน้ำไปวางไปตรงที่วางแขนซึ่งจะมีที่สำหรับที่วางแก้วน้ำอยู่ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหมล่ะคะ ใครๆ ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น ... แต่นั่นล่ะค่ะ เมื่อถึงเวลาที่โรงภาพยนตร์เริ่มปิดไฟให้มืดลงเมื่อไหร่ เมื่อนั้น เจ้ามิจฉาชีพทั้งหลายก็จะเริ่มปฏิบัติการ
โดยเทคนิคที่ใช้นั้นส่วนใหญ่จะใช้การวางยานอนหลับ โดยอาศัยช่วงที่ภาพยนตร์เริ่มฉายแล้วโรงภาพยนตร์จะปิดไฟมืด เจ้ามิจฉาชีพก็จะอาศัยช่วงนั้นหยอดยานอนหลับลงในแก้วน้ำของเรา หรือบางครั้งอาจจะใช้วิธีป้ายยานอนหลับไว้ที่หลอดดื่มน้ำของเรา ซึ่งระหว่างที่ปฏิบัติการนั้นเราอาจจะกำลังให้ความสนใจกับการดูภาพยนตร์ทำให้เราไม่ได้ระวังตัว
และแน่นอนเมื่อเราหยิบน้ำแก้วนั้นมาดื่ม เราก็จะได้รับพิษจากยานอนหลับไปเต็มๆ !!!


สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบดูหนังคนเดียว เราขอแนะนำว่า


1. ก่อนเข้าโรง ให้โทรบอกใครซักคนนึงให้รู้ว่า เราดูหนังเรื่องอะไร ที่โรงไหน หนังจบประมาณกี่โมง

2. และเมื่อดูจบ ก็โทรบอกคนเดิมว่า ดูเสร็จแล้วนะ ออกมาจากโรงแล้ว

นี่น่าจะเป็นวิธีช่วยให้เราปลอดภัยได้ส่วนนึงนะคะ อย่างน้อยก็ยังมีคนที่สนิทที่ทราบว่าเราอยู่ไหนทำอะไรอยู่ และน่าจะกลับถึงบ้านประมาณกี่โมง ... แต่ถ้าไปเราว่าไปกันหลายๆๆคนอะสนุกกว่า

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2552

สลายชุมนุมเสื้อแดง




เมื่อเวลา 04.00 น. (13 เม.ย.) ที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง เจ้าหน้าที่ทหารได้นำแก๊สน้ำตาพร้อมโล่หลายร้อยนาย เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ที่รวมตัวนำรถแท็กซี่และรถเมล์มาจอดปิดขวางการจราจร โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเป็นระยะ ทำให้ผู้ชุมนุมต้องถอยร่นออกมาทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บางส่วนพยายามเข้าปะทะเจ้าหน้าที่โดยใช้รถเมล์ รถแท็กซี่ และเผายางรถยนต์ แนวกั้น โดยสถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด

กระทั่งเวลา 05.30 น. สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมถอยร่นเข้าไปอยู่บริเวณแฟลตดินแดง เจ้าหน้าที่ทหารพยายามเกลี้ยกล่อมให้กลุ่มผู้ชุมนุมยอมสลายตัวเพื่อกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ขว้างปาขวดน้ำเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหารเป็นระยะ แต่เจ้าหน้าที่ทหาร ไม่ตอบโต้ เนื่องจากท่าทีของผู้ชุมนุมอ่อนลงมาก ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารสามารถคุมพื้นที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงแล้ว
ล่าสุด เมื่อเวลา 06.22 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 49 ราย กระจายอยู่ตาม 4 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก โรงพยายาลราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกฎ และโรงพยาบาลรามาธิบดี


ขณะเดียวกัน หลังการสลายม็อบเสื้อแดง นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ หรือ นปช. ได้ประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมกระจายตัวไปตามจุดต่าง ๆ พร้อมคล้องแขวนตั้งแนวเรียงหน้ากระดาน และให้นำรถยนต์ส่วนตัวไปจอดขวางเป็นหน้าด่าน โดยระบุว่า การสลายม็อบบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงไม่เป็นไปตามหลักสากล

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552

เที่ยวไทย ไป ตะรุเตา



ประวัติของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2482 เมื่อทัณฑสถานและนิคมฝึกอาชีพบนเกาะตะรุเตาถูกสร้างขึ้นสำเร็จ และประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งเป็นที่มาของการขาดแคลนปัจจัยการดำรงชีวิตของทั้งนักโทษและผู้คุม ทั้งสองฝ่ายจึงรวมตัวกันเป็นกลุ่มโจรสลัดที่น่าเกรงขาม แต่หลังจากสงครามกองทัพอังกฤษร่วมกับรัฐบาลไทยได้ร่วมกันปราบปรามได้สำเร็จ ไม่นานทัณฑสถานและนิคมฝึกอาชีพตะรุเตาจึงปิดฉากลง ชาวบ้านใกล้เคียงจึงเข้ามาทำมาหากินเพื่อปลูกข้าว ผลไม้ และยางพารา และในปี พ.ศ.2515 เกาะได้ถูกเสนอชื่อให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะตะรุเตาค่อยๆ แยกย้ายออกไป ชาวเลชนเผ่าดั้งเดิมของท้องทะเลอันดามันเองก้อได้ย้ายไปยังหาดอื่นๆ ตามปัจจัยทางฤดูกาลและแหล่งอาหาร ปัจจุบันชาวเลส่วนใหญ่มีการตั้งถิ่นฐานถาวร และกลุ่มย่อยนั้นก้อมีอาศัยอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะเช่นกัน

ภูมิศาสตร์ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ประกอบด้วยเกาะต่างๆถึง 51 เกาะ ในทะเลอันดามันตอนล่าง บริเวณรอยต่อระหว่างไทยและมาเลเซีย หมู่เกาะขนาดใหญ่แบ่งย่อยได้ 2กลุ่ม และมีระยะห่างกัน 20 และ 70 กิโลเมตรจากแผ่นดินใหญ่ตามลำดับ เกาะใหญ่ที่สุดคือ เกาะตะรุเตา ซึ่งมีขนาดกว้างและยาว 10และ26 กิโลเมตร ตามลำดับ พื่นที่เกาะส่วนใหญ่ที่เป็นภูเขาครอบคลุมทั้งป่าฝนและป่าโกงกาง นอกจากนี้ยังมีชายหาด และถ้ำต่างๆ ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่เช่นกัน เกาะอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ห่างออกไปจากฝั่ง ซึ่งได้แก่ เกาะหลีเป๊ะ เกาะอาดัง เกาะราวี และเกาะดง เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในแถบนี้คือ เกาะอาดัง และ เกาะราวี เกาะทั้งสองนี้ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าฝน ซึ่งในช่วงฤดูฝน แหล่งน้ำตกหลายที่บนเกาะอาดัง จะไหลลงสู่ทะเล น้ำทะเลของเกาะหลีเป๊ะ และเกาะใกล้เคียงจะใสมาก และเป็นที่อาศัยของปะการังและสัตว์ทะเลที่หลากหลาย


ภูมิอากาศ ปกติแล้ว ในแถบนี้จะมี 2ฤดู คือ ฤดูฝน และฤดูร้อน ฤดูฝนจะเริ่มจากปลายเดือนพฤษภาคม ที่จะมีทั้งมรสุมและคลื่นลมในทะเล ส่วนฤดูร้อนจะเริ่มช่วงต้นพฤศจิกายนเป็นต้นไป อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ระหว่าง 27-30 อาศาเซลเซียส ในช่วงเริ่มต้นของฤดูร้อน (เดือนพฤศจิกายน และ เดือนธันวาคม)ค่อนข้างจะมีอุณหภูมิพอเหมาะกับการท่องเที่ยว ในขณะที่ปลายฤดูร้อน(เดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม)อุณหภูมิจะร้อนขึ้นเล็กน้อย และมีความชื้นสูงตลอดทั้งปีที่(ประมาณ 80-85 เปอร์เซ็นต์