วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สถาปัตยกรรม พระที่นั่งอนันตสมาคม


พระที่นั่งอนันตมหาสมาคม


มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบนีโอเรอเนสซองส์ (Neo Renaissance)


และนีโอคลาสสิก (Neo classic) โดยตกแต่งพระที่นั่งด้วยหินอ่อน ซึ่งสั่งมาจากเมืองคารารา ประเทศ


อิตาลี โดยมีจุดเด่น คือ มีหลังคาโดมคลาสสิกของโรมอยู่ตรงกลาง และมีโดมเล็กๆโดยรอบอีก 6 โดม รวมทั้งสิ้นมี 7 โดม
ภายในพระที่นั่ง บนเพดานโดมมีภาพเขียนเฟรสโก เขียนบนปูนเปียก ซึ่งภาพจะติดทนกว่าภาพที่เขียนบนปูน


แห้ง (ภาพจิตรกรรมไทยนิยมเขียนแบบปูนแห้ง)เกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาล


ที่ 1-6 จำนวน 6 ภาพ โดยฝีมือเขียนภาพของ นายซี. รีโกลีและศาสตราจารย์แกลิเลโอ กินี
เพดานโดมด้านทิศเหนือ เป็นภาพ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้า


พระยามหากษัตริย์ศึก เสด็จกลับจากราชการทัพที่เขมร



เกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอุปถัมภ์งานศิลปะ
เพดานโดมด้านทิศตะวันตก เป็นภาพเหตุการณ์
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับเบื้อง


หน้าพระพุทธชินสีห์ แวดล้อมด้วย พระภิกษุและนักบวชต่างชาติศาสนนิกายต่างๆ แสดงนัยแห่งพระราช


จรรยา ที่ทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภกของทุกศาสนาโดยไม่รังเกียจกีดกัน
เพดานโดมด้านทิศใต้ของท้องพระโรงกลาง เป็นภาพ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราช


ทานอภัยทาน และทรงเลิกประเพณีทาส


เพดานโดมด้านทิศตะวันออกของท้องพระโรงกลาง เป็นภาพเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า


อยู่หัวเสด็จออกประทับ ณ พระที่นั่งบุษบกมาลาที่มุขเด็จ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช เมื่อ พ.ศ. 2454


เพดานโดมกลาง ซึ่งเป็นโดมใหญ่ที่สุด มีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร.” ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เพดานนับจากจากใต้โดมตลอดทั้งบริเวณท้องพระโรงกลางมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร.” สลับกัน “วปร.” อันเป็นพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

คำศัพท์ ขำๆๆจ๊ะ ทวนความจำ

backbrush (แบ็ค-บรัช) แปรงถูหลัง
bath mat (บาธ-แม็ธ) พรมเช็ดเท้า, ผ้าเช็ดเท้า
bathtub (บาธ-ทับ) อ่างอาบน้ำ
basin (เบ-ซิ่น) อ่างล้างมือ, อ่างล้างหน้า
bidet (ไบ-เด็ท) โถปัสสาวะ
cabinet (แค-บิ-เน็ต) ตู้เก็บของ
faucet (ฟอ-เซ็ท) ก๊อกน้ำ
heater (ฮีท-เทอร์) เครื่องทำความร้อน
shampoo (แชม-พู) แชมพู / ยาสระผม
shower (ชาว-เวอร์) ฝักบัวอาบน้ำ
shower cap (ชาว-เวอร์-แค็พ) หมวกคลุมผมอาบน้ำ
sink (ซิ้งคฺ) อ่างล้างมือ, อ่างล้างหน้า
soap (โซพ) สบู่
sponge (สพันจฺ) ฟองน้ำถูตัว

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ที่มาของไบโอดีเซล


ไบโอดีเซล (biodiesel) เป็นเชื้อเพลิงดีเซลที่ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน เช่น น้ำมันพืช ไขมันสัตว์ หรือสาหร่าย ไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงดีเซลทางเลือก นอกเหนือจากดีเซลที่ผลิตจากปิโตรเลียม โดยมีคุณสมบัติการเผาไหม้ เหมือนกับดีเซลจากปิโตรเลียมมาก และสามารถใช้แทนกันได้


ไบโอดีเซลไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเราเลยเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ.1893 น้ำมันไบโอดีเซลถูกนำมาทดลองใช้ในเครื่องยนต์เป็นผลสำเร็จครั้งแรกของโลก โดย "รูดอลฟ์ ดีเซล" (Rudolf C. Diesel : 1858 - 1913) วิศวกรชาวเยอรมัน ผู้ประดิษฐ์เครื่องยนต์ที่มีชื่อว่า " ดีเซล " เป็นผลสำเร็จในปี 1893 และจดสิทธิบัตรในปีถัดมา โดยการทดลองได้นำเครื่องยนต์ลูกสูบเดี่ยวที่ทำจากเหล็กยาว 3 เมตร ซึ่งมีล้อเฟืองติดอยู่ที่ฐานมาทดลองใช้กับน้ำมันไบโอดีเซลได้เป็นผลสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ในเมืองอักส์บวร์ก ประเทศเยอรมนี และเพื่อเป็นการระลึกถึงความสำเร็จในครั้งนั้น จึงทำให้วันนี้ถูกกำหนดให้เป็นวันไบโอดีเซลระหว่างประเทศ


หลังจากดีเซลได้ทดลองโชว์ในประเทศเยอรมันในปี ค.ศ. 1893 และได้นำไบโอดีเซลที่ทำมาจากน้ำมันถั่วมาทดลองกับเครื่องยนต์อีกครั้งในงานเวิล์ด แฟร์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1898 ทั้งนี้เขาเชื่อว่าไบโอดีเซลนี้จะเป็นน้ำมันที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์มากที่สุดในอนาคต ในปี 1912 รูดอล์ฟ ดีเซลเคยกล่าวสุนทรพจน์ไว้ว่า
“การใช้น้ำมันจากพืชผักสำหรับเครื่องยนต์ อาจจะดูไม่มีความสำคัญในวันนี้ แต่เมื่อน้ำมันชนิดนี้คิดค้นขึ้นมาแล้ว และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม น้ำมันตัวนี้แหละที่จะมีความสำคัญไม่แพ้น้ำมันที่มาจากถ่านหินที่เป็นที่นิยมอยู่ในเวลานี้”


เมื่อวิกฤตน้ำมันของโลกมีมากขึ้นเป็นลำดับ ราคาน้ำมันดิบสูงมากเป็นประวัติการณ์และไม่มีทีท่าว่าจะลดลง เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าน้ำมันกำลังจะหมดลงในอนาคตอันใกล้นี้ รวมถึงปัญหาทางภาคการเกษตรด้านผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ ปํญหาทางการเงินของประเทศที่ต้องการรักษาเงินตราต่างประเทศ และที่สำคัญคือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่มีเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบให้เกิดต่อภาวะโลกร้อน ปัญหาต่างๆเหล่านี้ทำให้มีการมองหาพลังงานทางเลือกซึ่งน้ำมันไบโอดีเซลเป็นน้ำมันทางเลือกใหม่ที่ผลิตจากพืช หรือไขมันสัตว์ โดยน้ำมันชนิดนี้เมื่อนำมาใช้กับเครื่องยนต์แล้วพบว่ามีคุณสมบัติในการเผาไหม้ได้ดีไม่ต่างจากน้ำมันจากปิโตรเลียม แต่มีข้อดีกว่าหลายอย่าง คือ มีการเผาไหม้ที่สะอาดกว่า ไอเสียมีคุณภาพที่ดีกว่า เพราะออกซิเจนในไบโอดีเซลทำให้มีการสันดาปที่สมบูรณ์กว่าน้ำมันดีเซลปกติ จึงมีปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนน้อยกว่า ดังแสดงในรูปที่ 2 และเนื่องจากไม่มีกำมะถันในไบโอดีเซล จึงไม่มีปัญหาสารซัลเฟต นอกจากนี้ยังมีเขม่าคาร์บอนน้อย ไม่ทำให้เกิดการอุดตันของระบบไอเสียง่าย ช่วยยืดอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แพทย์พบโรคกระเพาะอาหารต้นเหตุจากแบคทีเรีย


แพทย์ศิริราชเตือนปวดท้อง เป็นแผลในกระเพาะอาหารเรื้อรัง อย่าวางใจ พบคนไทยร้อยละ 60 มีเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ฯ แนะพบแพทย์ตรวจหาเชื้อด้วยวิธีเจาะเลือด เป่าลมหายใจและส่องกล้อง เตือนหลีกเลี่ยงกินเค็ม ของหมักดอง ปลาร้า ดร.วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานลั่นฆ้องและกล่าวเปิดประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยเรื่องเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในกระเพาะอาหาร ระดับภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 6 จากนั้นได้มอบของที่ระลึกให้ ศ.นพ.แบร์รี มาร์แชลล์ (Barry J. Marshall) จากมหาวิทยาลัยแห่งเวสเทิร์นออสเตรเลีย ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรศาสตร์หรือการแพทย์ ประจำปี 2005 วิทยากรกิตติมศักดิ์ในการประชุมครั้งนี้ โดย ศ.นพ.มาร์แชลล์ ค้นพบว่า แบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอไร (Helicobacter pylori: HP) อยู่ในกระเพาะอาหารทั้งที่มีสภาพเป็นกรด และเชื้อนี้เป็นสาเหตุของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือโรคกระเพาะ ถือเป็นการค้นพบความจริงที่พลิกวงการแพทย์แบบหน้ามือเป็นหลังมือ เนื่องจากเดิมมีความเชื่อว่า โรคกระเพาะอาหารเกิดจากกรดในกระเพาะหลั่งออกมามากเมื่อเกิดความเครียดศ.นพ.มาร์แชลล์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่จะพูดในการประชุมครั้งนี้ คือ วิทยาการใหม่ ๆ ในการรักษาโรคกระเพาะอาหารจากการติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ฯ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะตัวใหม่ ทั้งนี้การศึกษาพบว่า สายพันธุ์ที่พบในประเทศญี่ปุ่นถือว่ามีความรุนแรงที่สุดในโลก ทำให้คนญี่ปุ่นมีอัตราการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารสูง แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น คนญี่ปุ่นอายุยืน ชอบกินอาหารหมักดอง ขณะที่คนไทยก็ติดเชื้อแบคทีเรียนี้สูงแต่พบว่า มีอัตราเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารน้อยกว่า ตรงนี้น่าสนใจทำการศึกษา สำหรับการพัฒนาวัคซีนป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร ตนทราบว่ามี 4 บริษัทกำลังศึกษาอยู่ แต่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้าน่าจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น รศ.นพ.อุดม คชินทร หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า เชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ฯ เป็นเชื้อที่พบในเยื่อบุกระเพาะอาหาร คาดว่า ทั่วโลกมีคนติดเชื้อนี้กว่า 3,000 ล้านคนจากประชากรโลกกว่า 6,000 ล้านคน สำหรับในประเทศไทยในคนที่ปวดท้อง เป็นแผลในกระเพาะอาหารมีเชื้อแบคทีเรียนี้ถึงร้อยละ 60 ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ดังนั้น หากมีอาการปวดท้องเรื้อรัง น้ำหนักลด ซีด ถ่ายดำ คลื่นไส้อาเจียน เลือดออกทางทวารหนักควรรีบตรวจหาแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ฯ ซึ่งปัจจุบันตรวจได้ด้วยการเจาะเลือด การส่องกล้องในกระเพาะอาหาร การตรวจลมหายใจด้วยเครื่องมือพิเศษ ซึ่งการตรวจทางลมหายใจมีความสะดวกโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ในประเทศไทยตรวจได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายสูงครั้งละ 2,000 บาท“ควรเลี่ยงการกินอาหารหมักดอง อาหารเค็ม อาหารที่ผ่านการแปรรูปในไนเตรท ดินประสิว ยิ่งหากมียีนผิดปกติร่วมด้วยจะทำให้เป็นมะเร็งได้ง่าย เชื้อนี้มีมากที่สุดในโลก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นมะเร็ง มีคนส่วนน้อยที่เป็นมะเร็งต้องมี 3 องค์ประกอบ คือ ติดเชื้อสายพันธุ์ที่รุนแรง พฤติกรรมการกินอาหารเค็มของหมักดอง มียีนที่ไวต่อการเป็นมะเร็ง” รศ.นพ.อุดม กล่าว และว่าการรักษาที่ได้ผลคือ การให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหารและยาปฏิชีวนะอีก 2 ชนิด คือ Clarithromycin และ amoxicillin ควบคู่กัน เป็นเวลา 7 วัน สามารถกำจัดเชื้อได้ร้อยละ 85-90 อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุที่ปวดท้องรุนแรง เป็นเรื้อรัง ควรพบแพทย์ตรวจร่างกาย ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะเสี่ยงต่อเชื้อโรคดื้อยา มีผลต่อการรักษาโรคติดเชื้อในอวัยวะอื่น ๆ เช่น ปอด อีกทั้งมีความเสี่ยงต่อการแพ้ยาถึงขึ้นเสียชีวิต

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

5 พฤษภาคม "วันนักเขียน"

5 พฤษภาคม "วันนักเขียน"


วันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี นอกจากที่จะเป็นวันฉัตรมงคลแล้ว ยังเป็น "วันนักเขียน" อีกด้วย ซึ่งวันนี้ของทุกๆ ปี เหล่านักเขียนเขาจะมารวมตัวกัน เพื่อพบปะพูดคุยกัน
ส่วนเหตุผลที่เรียกวันนี้ว่า "วันนักเขียน" นั้นเป็นเพราะ ในปี พ.ศ. 2511 นายเลียว ศรีเสวก นักประพันธ๋เอกเจ้าของนามปากกา "อรวรรณ" ได้ล้มป่วยลง เหล่านักเขียนซึ่งนำโดยนายสุวัฒน์ วรดิลก จึงได้คิดที่จะจัดงานรวมน้ำใจเพื่อหาเงินช่วยเหลือ "อรวรรณ" ซึ่งงานที่จัดในครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม 2511
หลังจากงานวันนั้นผ่านพ้นไปเหล่านักเขียนทั้งหลายจึงเกิดความคิดที่อยากจะรวมตัวกันก่อตั้ง "ชมรมนักเขียน" ซึ่งในปัจจุบันก็คือ "สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย" และได้เลือกวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี เป็น "วันนักเขียน"
ซึ่งในวันดังกล่าวเหล่านักเขียนจะมารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมรวมกันไม่ว่าจะเป็นการทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่นักเขียนผู้ล่วงลับไปแล้ว และยังมีการอภิปรายในหัวข้อต่างๆ อีกด้วย โดยในปีนี้จะใช้ชื่องานว่า "ศักดิ์ศรีนักเขียน เทียนที่ไม่มีวันดับ"
"วันนักเขียน" นอกจากที่จะเป็นวันที่เหล่านักเขียนจะมารวมตัวกันเพื่อพบปะพูดคุยกันแล้ว ยังจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับถนนเส้นทางสายวรรณกรรมไทยสายนี้อีกด้วยว่าจะเดินต่อไปในทางเส้นไหน เพื่อที่พวกเขาจะได้เดินทางไปได้อย่างมั่นใจ

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เทศกาลวันเด็กผู้ชาย (子供の日)


เทศกาลวันเด็กผู้ชาย (子供の日)


ตามตำนานกล่าวกันว่าประเพณีนี้ทางญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลการเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญในวันท ี่5 เดี่่อน 5 มาจาก ประเทศจีนคะ หมู่บ้านในตระกูลนักรบทั้งหลาย เมือให้กำเนิดลูกผู้ชายจะนำธงสัญลักษณ์ประจำตระกูลหรือสิ่งที่มีสัญลักษณะเป็นรูปม้มาติดประดับไว้หน้าประตูทางเข้า จนแพร่หลายไปในหมู่บ้าน ประชาชนทั่วไป แต่ด้วยมีคำสั่งไม่อนุญาติให้ประชาชนทั่วไปติดตั้งตราหรือธงประจำตระกูลได้ จีงได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นธงปลาคาร์ฟ เพื่อความหมายที่เป็นสิริมงคลแก่ลูกผู้ชายและครอบครัว เพราะปลาคาร์ฟถือเป็นปลาแข็งแรง มีความเชื่อมาจากตำนานจีนว่า ปลาคาร์ฟนั้นสามารถว่ายทวนกระแสน้ำในแม่น้ำฮวงโหได้จนกลายเป็นมังกร !! จึงถือเป็นประเพณีของเด็กผู้ชาย มาตั่งแต่สมัยเอโดะ จนกระทั้่งปี 1948 ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้กำหนดให้วันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันเด็กผู้ชาย และธงปลาคาร์ฟจึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวันนี้ไปในที่สุดคะ


ความหมายของธงปลาคาร์ฟที่ติดในแต่ละบ้านนั้นเริ่มแรกเป็นการติิดตั้งประดับไว้เพื่อจะบอกว่ามีเด็กผู้ชายในบ้านนั้น อีกทั้งเป็นการเฉลิมฉลองและอวยพรให้เด็กชายเติบโตขึ้นอย่างมีสุขภาพแข็งแรงดุจดั่งปลาคาร์ฟ

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

ภัยใกล้ตัว เมื่อยามที่คุณเข้าโรงหนัง

เพื่อนๆ คนไหนที่ไปดูภาพยนตร์บ่อยๆ คงทราบกันดีนะคะว่า ก่อนเราจะเข้าไปดูภาพยนตร์ ส่วนใหญ่เราก็จะซื้อน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ขายอยู่บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ติดไม้ติดมือเข้าไปด้วย เพื่อที่เวลาเราดูภาพยนตร์แล้วเราเกิดคอแห้งหิวน้ำเราจะได้ไม่ต้องเดินออกมาซื้ออีก
และเมื่อเราเข้าไปนั่งในโรงภาพยนตร์แล้ว เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เราก็จะต้องนำแก้วน้ำไปวางไปตรงที่วางแขนซึ่งจะมีที่สำหรับที่วางแก้วน้ำอยู่ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหมล่ะคะ ใครๆ ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น ... แต่นั่นล่ะค่ะ เมื่อถึงเวลาที่โรงภาพยนตร์เริ่มปิดไฟให้มืดลงเมื่อไหร่ เมื่อนั้น เจ้ามิจฉาชีพทั้งหลายก็จะเริ่มปฏิบัติการ
โดยเทคนิคที่ใช้นั้นส่วนใหญ่จะใช้การวางยานอนหลับ โดยอาศัยช่วงที่ภาพยนตร์เริ่มฉายแล้วโรงภาพยนตร์จะปิดไฟมืด เจ้ามิจฉาชีพก็จะอาศัยช่วงนั้นหยอดยานอนหลับลงในแก้วน้ำของเรา หรือบางครั้งอาจจะใช้วิธีป้ายยานอนหลับไว้ที่หลอดดื่มน้ำของเรา ซึ่งระหว่างที่ปฏิบัติการนั้นเราอาจจะกำลังให้ความสนใจกับการดูภาพยนตร์ทำให้เราไม่ได้ระวังตัว
และแน่นอนเมื่อเราหยิบน้ำแก้วนั้นมาดื่ม เราก็จะได้รับพิษจากยานอนหลับไปเต็มๆ !!!


สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบดูหนังคนเดียว เราขอแนะนำว่า


1. ก่อนเข้าโรง ให้โทรบอกใครซักคนนึงให้รู้ว่า เราดูหนังเรื่องอะไร ที่โรงไหน หนังจบประมาณกี่โมง

2. และเมื่อดูจบ ก็โทรบอกคนเดิมว่า ดูเสร็จแล้วนะ ออกมาจากโรงแล้ว

นี่น่าจะเป็นวิธีช่วยให้เราปลอดภัยได้ส่วนนึงนะคะ อย่างน้อยก็ยังมีคนที่สนิทที่ทราบว่าเราอยู่ไหนทำอะไรอยู่ และน่าจะกลับถึงบ้านประมาณกี่โมง ... แต่ถ้าไปเราว่าไปกันหลายๆๆคนอะสนุกกว่า